|
เกี่ยวกับงานสร้าง
ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของหนังคาวบอยกับตำนานเฮอิเกะ
กล่าวได้ว่าหนังคาวบอยเป็นรากฐานสำคัญของหนังฮอลลีวู้ดทุกวันนี้
ในขณะที่ดราม่าซามูไรก็เป็นรากฐานให้กับหนังญี่ปุ่น แต่กระนั้น
Seven
Samurai ผลงานชื่อก้องของผู้กำกับฯ อากิระ
คุโรซาวา กลับเป็นแรงบันดาลใจให้ จอห์น สเตอร์จิส สร้าง
The Magnificent Seven
อันเป็นหนึ่งในหนังคาวบอยยิ่งใหญ่ตลอดกาลของฮอลลีวู้ด
นอกจากนี้ ยังเป็นที่ทราบกันดีว่า The Bodyguard
ผลงานอีกชิ้นหนึ่งของคุโรซาวาก็เป็นรากฐานสำคัญให้กับภาพยนตร์อิตาเลียนเลื่องชื่อของผู้กำกับฯ
เซร์จิโอ เลโอเน นั่นคือ Per un pugno di dollari (Fistful
of Dollars) อันเป็นผลงานจุดประกายหนังคาวบอย
เมด-อิน-อิตาลี
จนกลายเป็นปรากฏการณ์ในโลกภาพยนตร์ช่วงทศวรรษที่ 60
ต่อไปถึงต้นทศวรรษที่ 70 โดยที่ชาวญี่ปุ่นให้สมญานามว่า
มะกะโรนี เวสเติร์น
ในขณะที่ชาวอเมริกันจะเรียกต่างออกไปในชื่อ สปาเกตตี
เวสเติร์น
ควันปืนลอยคว้าง
กับเสียงผิวปากหวีดหวิวสะท้อนก้อง
จะนำเราก้าวเข้าสู่โลกที่อยู่เหนือกาลเวลาและสถานที่
อันเป็นดินแดนซึ่งที่ทำการไปรษณีย์แบบญี่ปุ่นอยู่รวมกับบาร์เหล้าของเหล่าคาวบอย
ฉากต่างๆ จะคลับคล้ายคลับคลาราวกับว่าอยู่ในหนังคาวบอยอิตาเลียน
หากแต่มีองค์ประกอบอื่นๆ ผสมอยู่ด้วย ทั้งตำนานเฮอิเกะ,
สงครามดอกกุหลาบ
รวมไปถึงเทพธิดาแห่งความตายในตำนาน เบนเทนผู้กระหายเลือด
นี่แหละคือโลกของมิอิเกะ
ในส่วนของบรรยากาศนั้นก็จะคล้ายๆ
กับในหนังคาวบอยสุดคลาสสิกเรื่อง
Shane
(1953)
โดยไม่มีเจตน์จำนงจะลอกเลียนหรือทำซ้ำแต่อย่างใด
เมื่อนำส่วนประกอบเหล่านี้มาต้มรวมกันในหม้อสุกียากี้ใบใหญ่
สิ่งที่ลอยเด่นจะเป็นอื่นใดไปได้เล่านอกเสียจากการมองโลกอย่างคมคายในแบบมิอิเกะ
ดนตรี
ทันทีที่ได้ยินคำว่า
สปาเกตตี
เวสเติร์น เมโลดี้ของ เอนนิโอ มอร์ริโกเน
ก็เข้ามากระทบใจโดยพลัน ในส่วนของ Sukiyaki Western
Django
นั้น ได้ โคจิ เอนโด
มาสร้างสรรค์ดนตรีประกอบหมองๆ ซึ่งเป็นผลรวมของทรัมเป็ต
ออคารินา กับเสียงผิวปากหวีดหวิว
เพลงหลักของเรื่อง
Django
(1966)
อันเป็นหนึ่งในภาพยนตร์แนวสปาเกตตี เวสเติร์นที่ยอดเยี่ยมที่สุด
จะได้รับการเรียบเรียงใหม่เพื่อใช้ประกอบภาพยนตร์ของมิอิเกะ
โดยมีคำร้องเป็นภาษาญี่ปุ่น และถ่ายทอดเสียงร้องโหยหวนโดย ซาบูโร
คิตาจิมะ นักร้องแนวบลูส์ชาวญี่ปุ่น ผู้มีลูกคออันทรงพลัง
มิอิเกะกับนักร้องเพลงบลูส์เลื่องชื่อมารู้จักมักคุ้นกันได้ยังไงน่ะหรือ?
ต้องย้อนไปที่ปี 1996 เมื่อครั้งที่มิอิเกะกำกับหนังวิดีโอเรื่อง
Jingi naki
Yabou ที่ โทเอ อูซูมาสะ สตูดิโอ ตอนนั้น ซาบูโร
คิตาจิมะ ซึ่งเป็นดาวเด่นแห่งวงการเพลง
ได้ร่วมแสดงในบทนักพนันในหนังเรื่องนี้ด้วย พอเข้าฉาก มิอิเกะสาดเลือดเทียมใส่นักร้อง/นักแสดงเลื่องชื่อคนนี้แบบไม่มียั้ง
คิตาจิมะถึงกับบอก แสดงหนังมาตั้งยี่สิบสามสิบปี
ไม่เคยรู้เลยว่าเลือดเทียมจะเย็นจัดขนาดนี้!
เรียกว่าวิธีการถ่ายทำซึ่งฉีกออกจากขนบเดิมๆ ของมิอิเกะได้ใจคิตาจิมะผู้ชุ่มโชกไปด้วยเลือดไปเต็มๆ
เบื้องหลังการถ่ายทำ
กุหลาบแดงและขาวเบ่งบานขึ้นท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวาย
ในหม้อสุกียากี้ใบใหญ่ก็มีทั้งความรักและความตายลอยละล่อง
Sukiyaki Western Django
ถ่ายทำในฉากกลางแจ้งสุดพิเศษ ในเขตอิชิคุระ ที่เมืองยามากาตะ
ลึกเข้าไปในหุบเขาสึกิยามะ
เป็นฉากเหนือจินตนาการโดยผสานความเป็นหนังคาวบอยเข้ากับดราม่าญี่ปุ่นย้อนยุค
ซึ่งปรากฏอยู่ในวงล้อมของทัศนียภาพอันงดงามแห่งหุบเขาสึกิยามะ
อุปสรรคในการจัดระบบระเบียบการถ่ายทำ หลักๆ
คือสภาพอากาศที่พลิกผันไปมา
ความหนาวเย็นยามค่ำคืนในฤดูใบไม้ร่วงที่สึกิยามะนั้นทำให้อาหารของนักแสดงและทีมงานกลายเป็นน้ำแข็งได้ไม่ยาก
มิหนำซ้ำ สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายขึ้นไปอีก
เพราะเป็นช่วงที่ฝนตกชุกตลอดทั้งเดือน
ทำให้พื้นดินกลายเป็นโคลน พอถึงฉากที่อยากได้หิมะ
ก็ดันมีลมอุ่นผิดฤดูพัดเข้ามา จนแทบจะหาหิมะไม่ได้สักเกล็ด
ในส่วนของการถ่ายทำฉากพระอาทิตย์ขึ้นในถ้ำซาโอะ
ทีมงานทั้งหมดจะต้องเดินเท้ากันไปตั้งแต่ตี 2
เพื่อให้ถึงสถานที่ก่อนตี 4
จะได้มีเวลาเหลือพอสำหรับแต่งหน้านักแสดง
ทว่าการเดินในความมืดซึ่งมีเพียงแสงจากฝ่ายจัดแสงนั้น
ก็เกือบจะทำให้ทีมงานบางคนหลงป่า
มาถึงอีกหนึ่งฉากใหญ่
มีม้าจากเขตโทโฮคุมาร่วมเข้าฉากด้วยทั้งสิ้น 40 ตัว
โดยที่พวกมันจะต้องควบเต็มกำลัง
ในขณะที่นักแสดงก็ต้องเข้าฉากเองทุกคน
ไม่มีการใช้ผู้แสดงแทนเป็นอันขาด อย่างไรก็ตาม
ด้วยความที่มีตัวประกอบมหาศาล ที่สำคัญ
ทุกอย่างต้องประสานกันอย่างลงตัว
ฉากต่อสู้ด้วยปืนบนหลังม้านี้จึงถือว่าท้าทายมากทีเดียว มิอิเกะตระหนักได้ว่า
แค่สั่ง
Ready! กับ Action!
คงจะไม่พอ ว่าแล้วก็สวมหมวกเหล็ก ชักปืน สมิธ แอนด์ เวสสัน
ออกมายิงสนั่นลั่นฟ้า
ผลปรากฏว่าเสียงนั้นก่อให้เกิดปฏิกิริยาตกประหม่าหวาดหวั่นของตัวประกอบซึ่งตรงกับความต้องการของผู้คุมงานภาพ
โทโยมิจิ คูริตะ ยิ่งนัก
ทว่าช่วงเวลาที่ทีมงานต้องอกสั่นขวัญผวากันที่สุด
เห็นจะเป็นการดวลปืนในพื้นที่โล่งว่างของเขตโชไนเสียมากกว่า
เมื่อมิอิเกะชักปืน สมิธ แอนด์ เวสสัน ออกมา
ในขณะที่คูริตะไม่ยอมน้อยหน้า ชักปืน แอริเฟล็กซ์ เอสที แอนด์
แอลที ออกมาประชัน!
Sukiyaki Western Django
ถ่ายทำเป็นภาษาอังกฤษตลอดทั้งเรื่อง เช่นเดียวกันกับ
Masters of Horror Imprint
หนังภาษาอังกฤษเรื่องก่อนนี้ของมิอิเกะ นักแสดงทุกคนจะต้องเข้าคอร์สฝึกภาษาอังกฤษแบบเร่งรัดกับทั้ง
นาเดีย วิเนสส์ ซึ่งเคยเป็นผู้ฝึกสอนการสนทนาให้กับดาราดังๆ
ของฮอลลีวู้ดมาแล้วมากมาย อย่างเช่นในภาพยนตร์เรื่อง
Chocolat กับ North Country
และอีกคนคือ คริสเตียน สตอร์มส์
ซึ่งเป็นผู้ดัดแปลงบทภาษาญี่ปุ่นดั้งเดิมให้เป็นภาษาอังกฤษ
ในส่วนของ วิเนสส์ และ
สตอร์มส์ นั้น การร่วมงานกับมิอิเกะใน
Sukiyaki Western Django
ถือเป็นครั้งที่สอง ต่อจาก Masters of
Horror Imprint
ท้ายที่สุด โคอิจิ ซาโต
กล่าวถึงประสบการณ์ที่ได้รับจากการทำงานครั้งนี้ว่า
ผมตระหนักแล้วครับว่าช่วงหลายปีมานี้
ผมทำงานและได้เงินมาแบบง่ายแสนง่ายจริงๆ
ต่างจากการแสดงในเรื่องนี้ลิบลับเลยครับ
นอกจากนักแสดงชายทั้งหลายจะต้องฝึกภาษาอังกฤษแล้ว
พวกเขายังต้องเรียนขี่ม้าและควงปืนอีกด้วย
ส่วนนักแสดงหญิงอย่าง คาโอริ มาโมอิ ก็ลำบากลำบนไม่แพ้กัน
เธอต้องเข้าฉากกับสลิง
และโดดเด้งอยู่บนเตียงสปริงกับในการรับบทเทพธิดาเบนเทนผู้กระหายเลือด
มิหนำซ้ำยังมีพลาสติกห่อหุ้มเพื่อปกป้องร่างกายจากอากาศที่หนาวจับใจ
ซึ่งทำให้การตีลังกาง่ายๆ
กลับกลายเป็นเรื่องยากและท้าทายความสามารถของเธอมาก |